สำนักวัณโรค

กรมควบคุมโรค โดยสำนักวัณโรค ร่วมรณรงค์เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 2562 Tobacco burns your lungs “บุหรี่เผาปอด”

2019-05-17

กรมควบคุมโรค โดยสำนักวัณโรค ร่วมรณรงค์เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 2562 Tobacco burns yourlungs “บุหรี่เผาปอด”

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักวัณโรค ร่วมกับองค์การอนามัยโลก มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย รณงรงค์เลิกสูบบุหรี่ เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 2562 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นท์ กรุงเทพมหานครวนที่ 17 พฤษภาคม 2562 ณ ณ โรงแรมรามาการ์เด้นท์ กรุงเทพมหานคร พญ.ผลิน กมลวัทน์ ผู้อำนวยการสำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นเกียรติกับ ดร.แดเนียล เคอร์เทสซ์ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี รศ.นพ.นิธิพัตน์ เจียรสกุล นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นพ.วสุ กำชัยเสถียร สมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และภาคีเครือข่ายอื่น ๆ จัดกิจกรรมแถลงข่าวเนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 2562 “Tobacco burns your lungs” “บุหรี่เผาปอด” โดยมีเป้าประสงค์หลักเพื่อลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ของ ประเทศไทยลง พร้อมเชิญชวนให้เครือข่ายนักรณรงค์ทั่วประเทศให้ความสำคัญในการรณรงค์ ให้เห็นถึง ผลกระทบของบุหรี่ที่ส่งผลร้ายต่าง ๆ ต่อสุขภาพปอดของมนุษย์ ตั้งแต่โรคมะเร็งไปจนถึงโรคทางเดินหายใจ
เรื้อรัง รวมทั้งวัณโรคอีกด้วย โดยได้มีการเผยตัวเลขและข้อมูลสำคัญ Tobacco burns your lungs “บุหรี่เผาปอด” เราสูญเสียไปเท่าไหร่จากการสูบบุหรี่
แพทย์หญิงผลิน กมลวัทน์ผู้อำนวยการสำนักวัณโรค กล่าวว่า ประเทศไทยยังมีผู้ป่วยวัณโรคจำนวนมาก องค์การอนามัยโลกประมาณการว่ามีผู้ป่วยกว่า 110,000 คน และเป็น 1 ใน 14 ประเทศ ที่มีปัญหาวัณโรคสูง ทั้งจำนวนผู้ป่วยวัณโรคสูง จำนวนผู้ป่วยวัณโรคที่เชื้อดื้อยาสูง และจำนวนผู้ป่วยวัณโรคในผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีสูง การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงที่จะติดเชื้อและป่วยเป็นวัณโรคสูงกว่าคนทั่วไป ผู้ป่วยวัณโรคที่สูบบุหรี่จะเสียชีวิตมากกว่าผู้ป่วยวัณโรคที่ไม่สูบบุหรี่เป็น 2 เท่า ในคนสูบบุหรี่ที่เป็นวัณโรค อาการของโรคจะรุนแรงกว่า เช่น ไอมากกว่า เหนื่อยหอบมากกว่า เมื่อเอกซเรย์ปอดจะพบมีแผลวัณโรคที่ใหญ่กว่าและโรคกระจายได้มากกว่า อีกประการหนึ่งคนสูบบุหรี่ที่เป็นวัณโรคมักจะรู้ว่าเป็นวัณโรคช้า เนื่องจากเข้าใจผิดว่าอาการไอที่เกิดจากวัณโรคเกิดจากการสูบบุหรี่ โรคจึงลุกลามมากและกว่าจะรู้อาการก็รุนแรงจนเสียชีวิตในที่สุดจึงเป็นสาเหตุให้คนเป็นวัณโรคที่สูบบุหรี่เสียชีวิตมากกว่าคนไม่สูบบุหรี่ส่วนในผู้ป่วยวัณโรคที่รักษาหายแล้ว การสูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยงการกลับมาป่วยเป็น วัณโรคซ้ำมากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่อีกด้วย ที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากการสูบบุหรี่ท าให้เกิดการอักเสบของหลอดลม และทำลายเนื้อปอด ทำให้ความสามารถในการทำลายเชื้อโรคของปอดมีประสิทธิภาพลดลง ประกอบกับภูมิต้านทานของผู้
สูบบุหรี่ลดลง ทำให้ผู้สูบบุหรี่ที่หายใจเอาเชื้อวัณโรคเข้าสู่ปอด เชื้อวัณโรคเกิดการเจริญเติบโตจนกลายเป็นวัณโรคขึ้นได้ ผู้สูบบุหรี่จึงควรที่จะเลิกสูบ เพื่อลดโอกาสติดเชื้อและป่วยเป็นวัณโรค รวมทั้งผู้ป่วยวัณโรคต้องหยุดสูบบุหรี่ เพื่อลดโอกาสเสียชีวิตจากวัณโรค จากสถิติที่พบว่า อัตราการสูบบุหรี่ของชายไทยอยู่ที่ 31 % ทำให้ประมาณการได้ว่ามีผู้ป่วย วัณโรคไทย กว่า 15,000 คนที่เป็นคนสูบบุหรี่ ซึ่งผู้สูบบุหรี่ที่เป็น วัณโรคแล้วต้องหยุดสูบโดยเด็ดขาดหากต้องการให้โรคหายเร็วและผลการรักษาที่ดีขึ้น ส่วนผู้ที่สูบบุหรี่ทั่วไปที่ยังเลิกสูบบุหรี่
ไม่ได้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาวัณโรค หากมีอาการไอผิดปกติติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ เป็นหวัดแล้วหายช้า ไอมีเสมหะปนเลือด มีไข้ตอนบ่ายๆเย็นๆ มีเหงื่อออกผิดปกติตอนเวลาหลับกลางคืน เจ็บชายโครงเวลาหายใจ หรือมีอาการเหนื่อยมากกว่าปกติ
แพทย์หญิงผลิน กมลวัทน์กล่าวปิดท้าย เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลกประจำปี2562 นี้ ขอเชิญชวนให้เครือข่ายนักรณรงค์ทั่วประเทศ ภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนเห็นถึงผลกระทบของบุหรี่ที่
ส่งผลร้ายต่าง ๆ ต่อสุขภาพ และสามารถลด ละ เลิกสูบบุหรี่ เพื่อประโยชน์ต่อตัวท่านเอง บุคคลในครอบครัวสังคม ประเทศชาติต่อไป