กามโรคของต่อมและท่อน้ำเหลือง (Lymphogranulomavenereum)
สาเหตุ
- เกิดจากการติดเชื้อ Chlamydia trachomatis เข้าสู่ร่างกายทางแผลถลอกหรือเยื่อเมือกของอวัยวะเพศ แล้วแพร่ผ่านท่อน้ำเหลืองไปยังต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ ต่อมาเกิดเป็นฝีหลายอันล้อมรอบต่อมน้ำเหลืองนั้น หากไม่รักษาฝีจะแตกออกเป็นแผลมีหนอง และจะลุกลามทำให้ท่อและต่อมน้ำเหลืองอุดตันเกิดเป็นแผลเรื้อรังหรือลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง เช่น อวัยวะเพศบวม มีหนองปนเลือดไหลออกทางทวารหนัก เป็นต้น เชื้อมีระยะฟักตัวประมาณ 3-30 วัน (เฉลี่ย 1-2 สัปดาห์)
การวินิจฉัยโรค
- จากประวัติเคยมีเพศสัมผัสหรือเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และลักษณะอาการ และอาการแสดงทางคลินิกดังกล่าวข้างต้น จากการตรวจบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์เพื่อหารอยโรคหรือภาวะแทรกซ้อน และจากการตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยการส่องตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อดูลักษณะหนองจากท่อปัสสาวะ มีตกขาว มีหนองจากฝี มีน้ำเหลืองจากแผล หรือจากตำแหน่งอื่นที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อ โดยนำสารคัดหลั่งจากรอยโรคมาย้อมสีซึ่งจะพบสิ่งผิดปกติของเซลล์หรือพบเม็ดเลือดขาวหรือติดสีต่างๆ ที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อ และนำมาเพาะแยกเชื้อ โดยเพาะในอาหารเลี้ยงเชื้อหรือเซลล์เพาะเลี้ยงสำหรับเชื้อชนิดต่างๆ และตรวจทางน้ำเหลือง ซึ่งเป็นการทดสอบแอนติเจนและแอนติบอดีของเชื้อนอกจากนี้ผู้ป่วยทุกรายควรได้รับการตรวจกรองสำหรับเชื้อซิฟิสิสด้วย
อาการ
- ผู้ป่วยจะมีแผลขนาดเล็กที่อวัยวะเพศ (ผู้ป่วยชายมักเป็นบริเวณหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ ผู้หญิงมักเป็นที่ผนังช่องคลอดด้านใน) แผลจะหายเองได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ ต่อมามีการอักเสบบวมโตเป็นก้อนของต่อมน้ำเหลือบริเวณขาหนีบ เป็นฝีหนองซึ่งอาจแตกมีหนองไหลออกมาและมีอาการทั่วไปร่วมด้วย เช่น มีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ปวดข้อ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
การรักษา
- ให้ยาต้านจุลชีพ เช่น Doxycycline รับประทาน 100 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง นาน 21 วัน หรือให้ Erythromycin หรือ Tetracycline รับประทานในขนาด 500 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้ง นาน 21 วัน เจาะดูดหนองออกจากฝีหรือต่อมน้ำเหลืองที่บวม และนัดผู้ป่วยมาติดตามผลการรักษา 6 เดือน หลังจากการรักษาเสร็จ