
วันที่ 22 – 23 มิถุนายน 2569 ณ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 11 หัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยนายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค และนายแพทย์พงศ์ธร ชาติพิทักษ์ ผู้อำนวยการกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เข้าร่วมการประชุมระดับสูงของสมัชชาสหประชาชาติว่าด้วยเอชไอวีและเอดส์ พ.ศ. 2569 (2026 United Nations General Assembly (UNGA) High-Level Meeting on HIV/AIDS) เพื่อทบทวนความก้าวหน้าตามปฏิญญาทางการเมืองเรื่องเอชไอวีและเอดส์ พ.ศ. 2564 และร่วมรับรองปฏิญญาทางการเมืองเรื่องเอชไอวีและเอดส์ พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือของประชาคมโลกในการเร่งรัดยุติเอดส์ในฐานะภัยคุกคามด้านสาธารณสุขภายในปี พ.ศ. 2573
นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ ได้กล่าวถ้อยแถลงว่า ประเทศไทยมีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการดำเนินงานด้านเอชไอวี ด้วยความมุ่งมั่นทางการเมือง การดำเนินมาตรการป้องกันเชิงรุกอย่างเป็นระบบ และการสนับสนุนงบประมาณผ่านระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ควบคู่กับความร่วมมืออย่างเข้มแข็งจากภาคชุมชนและภาคประชาสังคม โดยประเทศไทยได้เสนอ 3 ประเด็นสำคัญเพื่อเป็นทิศทางการดำเนินงานในระยะต่อไป ได้แก่ 1) การเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขผ่านหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ความมั่นคงทางการเงิน นวัตกรรม และการบูรณาการบริการด้านเอชไอวีเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ 2) การลดการตีตรา การเลือกปฏิบัติ และข้อจำกัดทางกฎหมาย เพื่อให้กลุ่มเปราะบางและประชากรหลักเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าเทียม และ 3) การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้ได้รับผลกระทบในการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการ
ด้านนายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ ได้นำเสนอประสบการณ์ของประเทศไทยในการส่งเสริมบทบาทของชุมชนเพื่อร่วมขับเคลื่อนการยุติเอดส์ โดยเน้นย้ำว่าชุมชนเป็นพลังสำคัญของการดำเนินงานด้านเอชไอวี และควรได้รับการสนับสนุนให้มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย การดำเนินงาน และการติดตามประเมินผลในทุกระดับ พร้อมชี้ว่าประสบการณ์ของประเทศไทยแสดงให้เห็นว่าการดำเนินงานที่นำโดยชุมชนจะเกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อได้รับการบูรณาการเข้ากับระบบสุขภาพ และได้รับการสนับสนุนด้านทรัพยากรและกลไกการเงินที่ยั่งยืน
ในส่วนของการส่งเสริมการเข้าถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ นายแพทย์พงศ์ธร ชาติพิทักษ์ ได้เน้นย้ำความสำคัญของการเข้าถึงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านเอชไอวีอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง พร้อมยกความก้าวหน้าของประเทศไทยในการขยายการเข้าถึงการรักษาและบริการป้องกันเอชไอวีที่มีประสิทธิผล ตลอดจนการเสริมสร้างความยั่งยืนของระบบหลักประกันสุขภาพ การบูรณาการงานเอชไอวีเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ และการลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติ เพื่อให้ทุกคนได้รับประโยชน์จากความก้าวหน้าทางการแพทย์อย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขของไทยได้ร่วมรับรองปฏิญญาทางการเมืองเรื่องเอชไอวีและเอดส์ พ.ศ. 2569 เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ในการเร่งรัดยุติเอดส์ภายในปี พ.ศ. 2573 และใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินงานด้านเอชไอวีและเอดส์ของประเทศให้สอดคล้องกับทิศทางและพันธกรณีของประชาคมโลก

**************************************
ข้อมูลจาก : กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค
วันที่ 24 มิถุนายน 2569