สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ
Responsive image

กรมควบคุมโรคยกระดับการป้องกันการจมน้ำในเด็กกลุ่มเปราะบาง พัฒนาแนวปฏิบัติเฉพาะสำหรับเด็กออทิสติกและเด็กบกพร่องทางสติปัญญา

       กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ายกระดับการป้องกันการจมน้ำในเด็กกลุ่มเปราะบาง พัฒนาแนวปฏิบัติสำหรับเด็กออทิสติกและเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการจมน้ำสูงกว่าเด็กทั่วไปกว่า 3 เท่า โดยเน้นการเรียนรู้บนบกร้อยละ 80 และฝึกปฏิบัติในน้ำร้อยละ 20 เพื่อสร้างทักษะการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงก่อนเผชิญสถานการณ์จริง พร้อมย้ำเป้าหมาย "ไม่มีเด็กคนใดควรเสียชีวิตจากการจมน้ำ" สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และหลักการ "Leave No One Behind" หรือ "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"

       วันนี้ (8 กรกฎาคม 2569) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า การจมน้ำยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญของเด็กทั่วโลก โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำประมาณ 372,000 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ถึง 146,000 คน ขณะที่ประเทศไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2559 – 2568) มีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำ 37,483 คน โดยเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี 6,248 คน แม้ว่าสถานการณ์จะมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังพบเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษเสียชีวิตจากการจมน้ำเป็นระยะ โดยงานวิจัยจากหลายประเทศพบว่าเด็กออทิสติกและเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญามีความเสี่ยงต่อการจมน้ำสูงกว่าเด็กทั่วไปมากกว่า 3 เท่า เนื่องจากข้อจำกัดด้านการสื่อสาร การรับรู้อันตราย การช่วยเหลือตนเอง และพฤติกรรมเดินออกจากผู้ดูแล จึงจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละกลุ่ม

       นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เนื่องในช่วงก่อนวันป้องกันการจมน้ำโลก (World Drowning Prevention Day) กรมควบคุมโรคขอย้ำว่า "ไม่มีเด็กคนใดควรเสียชีวิตจากการจมน้ำ ไม่ว่าจะมีความพิการหรือไม่" เพราะการป้องกันการจมน้ำเป็นเรื่องที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้ ตามแนวคิด Know Your Part : ทุกคนมีส่วนร่วมในการหยุดยั้งการจมน้ำ ขององค์การอนามัยโลก โดยแนวปฏิบัติที่กรมควบคุมโรคพัฒนาขึ้น มุ่งเน้นให้เด็กเรียนรู้การป้องกันตนเองก่อนลงน้ำ โดยจัดสัดส่วนการเรียนรู้บนบกร้อยละ 80 และฝึกปฏิบัติในน้ำร้อยละ 20 เพื่อให้เด็กสามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์เสี่ยง รู้จักการเอาชีวิตรอด และลดการพึ่งพาทักษะการว่ายน้ำเพียงอย่างเดียว พร้อมส่งเสริมให้ครอบครัว โรงเรียน และชุมชนร่วมกันดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด

       ด้านแพทย์หญิงศิริรัตน์ สุวรรณฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองป้องกันการบาดเจ็บ กล่าวว่า แนวปฏิบัติดังกล่าวกรมควบคุมโรคได้รับการพัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยใช้หลัก "4 ส." ได้แก่ สอนซ้ำ สื่อทางสายตา สนุกสนาน และเสริมแรงบวก เพื่อให้เหมาะกับการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคน ในกรณีที่มีการฝึกในน้ำ จะต้องประเมินความพร้อมของเด็กทุกครั้ง จัดครูผู้สอนดูแลแบบ 1 ต่อ 1 และมีผู้เฝ้าระวังความปลอดภัยรอบสระอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเรียนรู้เกิดขึ้นภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ขณะเดียวกัน กองป้องกันการบาดเจ็บอยู่ระหว่างพัฒนาแนวปฏิบัติดังกล่าวเป็นหลักสูตร e-Learning สำหรับครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดทำสื่อภาษามือ เพื่อให้ผู้พิการทางการได้ยินสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการป้องกันการจมน้ำได้อย่างเท่าเทียมคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2569

       กรมควบคุมโรคขอความร่วมมือผู้ปกครอง ครู และชุมชน ร่วมกันดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด จัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย และส่งเสริมการเรียนรู้ด้านความปลอดภัยทางน้ำ เพื่อให้เด็กทุกคนเติบโตอย่างปลอดภัยและลดการเสียชีวิตจากการจมน้ำ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

******************************************
ข้อมูลจาก : กองป้องกันการบาดเจ็บ/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569


ข่าวสารอื่นๆ