กรมควบคุมโรค ยืนยัน การรับประทานพืช ผักที่ปนเปื้อนโลหะหนักอย่างต่อเนื่อง อาจจะทำให้เกิดการสะสมในร่างกาย และก่อผลกระทบต่อสุขภาพในภายหลัง เช่น กรณีการรับประทานข้าวปนเปื้อนแคดเมียม อาจนำไปสู่ภาวะไตเสื่อม หรือกรณีดื่มน้ำปนเปื้อนสารหนู อาจนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง
วันนี้ (25 สิงหาคม 2569) นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีข่าวที่มีการตรวจพบการปนเปื้อนโลหะหนักในสิ่งแวดล้อม (ดิน น้ำ ปลา และพืชผัก) ว่า ตามหลักการพิษวิทยา (Toxicology) สารพิษจะก่อพิษต่อร่างกายตามปริมาณที่ได้รับ นั่นคือ การรับเข้าสู่ร่างกายปริมาณน้อย ก่อให้เกิดพิษน้อย รับเข้าสู่ร่างกายมาก ก่อให้เกิดพิษมาก ขณะเดียวกันหากรับเข้าร่างกายน้อย ร่างกายสามารถขับออกทางปัสสาวะได้ แต่หากเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง จะใช้เวลานานมากขึ้นในการขับถ่าย และเกิดการสะสมในร่างกาย จนเกิดอาการพิษโลหะหนักได้
กรมควบคุมโรค แนะนำประชาชน ไม่ควรบริโภคพืชผักที่ปนเปื้อนโลหะหนัก และควรเลือกซื้อพืชผักจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และมีมาตรฐานรองรับ ทั้งนี้ กรณีที่สงสัยว่าจะได้รับโลหะหนักมากเกินไปให้พบแพทย์ ประเมินอาการ และตรวจหาโลหะหนักในร่างกาย นอกจากนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบค่ามาตรฐานการปนเปื้อนที่ปลอดภัยได้จาก ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 414) พ.ศ. 2563 และสำหรับเกษตรกรที่ปลูกผักในพื้นที่เสี่ยง ควรตรวจสอบข้อมูลการปนเปื้อนโลหะหนักในดินจากกรมพัฒนาที่ดินว่าสามารถปลูกพืชผักได้หรือไม่ และไม่นำน้ำที่มีการปนเปื้อนมาใช้รดพืชผัก สำหรับพืชผักที่ปลูกในพื้นที่่เสี่ยง ควรปรึกษาเกษตรอำเภอในพื้นที่ และหากพบโลหะหนักปนเปื้อนในพืชผักเกินค่ามาตรฐาน ควรทิ้งแบบขยะอันตราย ไม่ควรนำไปเลี้ยงสัตว์หรือทำปุ๋ยเพื่อป้องกันการปนเปื้อนซ้ำ
**************************************
ข้อมูลจาก : กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค
วันที่ 25 สิงหาคม 2569
แหล่งอ้างอิง : https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/118/T_0017.PDF