สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น
Responsive image

กรมควบคุมโรค ชวนประชาชนร่วม “วิ่งอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และสม่ำเสมอ” เนื่องในวันวิ่งโลก 2569 ส่งเสริมสุขภาพ ลดเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี

กรมควบคุมโรค ชวนประชาชนร่วม “วิ่งอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และสม่ำเสมอ” เนื่องในวันวิ่งโลก 2569 ส่งเสริมสุขภาพ ลดเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี

 

       กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เชิญชวนประชาชนทุกช่วงวัยร่วมสร้างสุขภาพดี เนื่องในวันวิ่งโลก (Global Running Day) วันที่ 3 มิถุนายน 2569 โดยส่งเสริมการวิ่งและการมีกิจกรรมทางกาย อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) พร้อมย้ำผู้ที่มีโรคประจำตัวควรประเมินความพร้อมด้านสุขภาพก่อนเข้าร่วมกิจกรรมหรือการแข่งขันวิ่ง

       วันนี้ (3 มิถุนายน 2569) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรีฑาโลก (World Athletics) กำหนดให้วันพุธแรกของเดือนมิถุนายนของทุกปีเป็นวันวิ่งโลก เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนทั่วโลกเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เข้าถึงได้ง่าย ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพ หัวใจและหลอดเลือด ควบคุมน้ำหนัก ลดความเครียด และลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ประมาณการว่า การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลกถึงร้อยละ 5.5 หรือ 3.2 ล้านคนต่อปี  ข้อมูลจากรายงานสุขภาพคนไทย ปี พ.ศ. 2563 ยังพบว่า ปัจจุบันประชาชนให้ความสนใจการออกกำลังกายและเข้าร่วมกิจกรรมวิ่งเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องสูงถึง 16 ล้านคน จากข้อมูลการจัดกิจกรรมวิ่งทั่วประเทศตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 ถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 มีการจัดงานวิ่งทั้งหมด 5,858 งานโดยในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมเป็นฤดูกาลที่มีการจัดกิจกรรมวิ่งจำนวนมากทั่วประเทศ จากข้อมูลเฝ้าระวัง พบผู้เกิดเหตุการณ์หมดสติหรือเสียชีวิตขณะวิ่งในงานวิ่ง จำนวน 53 ราย รอดชีวิต 47 ราย และเสียชีวิต 6 ราย คิดเป็นประมาณ 9 เหตุการณ์ต่อการจัดงานวิ่ง 1,000 งาน แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะพบได้ไม่บ่อยเมื่อเทียบกับจำนวนงานวิ่งที่จัดขึ้นทั่วประเทศ ในปี พ.ศ. 2569 (ข้อมูลถึงเดือนพฤษภาคม 2569) พบเหตุการณ์หมดสติขณะวิ่งในงานวิ่ง จำนวน 3 ราย ทั้งหมดเป็นเพศชาย โดยไม่มีผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ ผู้ประสบเหตุทุกรายได้รับการช่วยเหลือด้วยการกู้ชีพ (CPR) ภายใน 4 นาทีอย่างทันท่วงทีและรอดชีวิต สะท้อนถึงความสำคัญของระบบการแพทย์ฉุกเฉินและมาตรการความปลอดภัยที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในกิจกรรมวิ่งของประเทศไทย

 

       นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า การวิ่งจะเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่นักวิ่งที่เข้าร่วมกิจกรรมควรให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวก่อนงานวิ่งและการดูแลตัวเองขณะวิ่ง อบอุ่นร่างกายก่อนวิ่งและผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังวิ่งทุกครั้งจากสถิติเหตุการณ์การหมดสติหรือเสียชีวิตขณะวิ่งในงานวิ่ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่พบในระยะทางช่วงสุดท้ายบริเวณใกล้ถึงเส้นชัย (Quarter 4) ร้อยละ 32.1 ซึ่งเป็นช่วงที่นักวิ่งจำนวนมากมักเร่งทำความเร็วเพื่อเข้าเส้นชัย และระยะทางที่ผู้เกิดเหตุการณ์ลงแข่งขันจำนวนมากที่สุด คือ 21 กิโลเมตร ร้อยละ 34.0 ข้อมูลการเฝ้าระวังยังพบว่า มากกว่า 9 ใน 10 ของผู้เกิดเหตุทั้งหมดเป็นเพศชาย พบมากที่สุดในกลุ่มอายุ 50 - 59 ปี ซึ่งเป็นวัยที่จำเป็นต้องได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพก่อนเข้าร่วมการแข่งขัน และมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้เกิดเหตุได้รับ การวินิจฉัยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดซึ่งเป็นโรคที่อาจไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก ผู้มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะเคยได้รับการวินิจฉัยโรคหัวใจและหลอดเลือด ต้องได้รับการประเมินสมรรถภาพ และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนลงแข่งขันวิ่งทุกครั้ง นอกจากนี้ การวิ่งในกิจกรรมต่างๆหรือการแข่งขันวิ่งระยะไกล ควรฝึกฝนร่างกายให้พร้อมตามระยะทางการแข่งขันวิ่ง ไม่ควรลงวิ่งระยะไกลเกินกว่าที่เคยซ้อมประจำ ตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำอย่างเหมาะสม ห้ามฝืนร่างกายเมื่อมีอาการผิดปกติ เช่น เจ็บแน่นหน้าอก หายใจเหนื่อยผิดปกติ เวียนศีรษะ หน้ามืดหรือหมดสติ หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวต้องหยุดพัก และแจ้งเจ้าหน้าที่ภายในงานโดยเร็ว

       นายแพทย์กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กล่าวว่า การวิ่งเป็นกิจกรรมทางกายที่สามารถเริ่มต้นได้ง่ายและเหมาะกับประชาชนทุกช่วงวัย ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพหัวใจและหลอดเลือดควบคุมน้ำหนัก ลดความเครียด และลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยองค์การอนามัยโลกแนะนำให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว วิ่งเบา ๆ หรือปั่นจักรยาน ที่ทำแล้วหัวใจเต้นเร็วขึ้น มีเหงื่อซึมแต่ยังพูดคุยเป็นประโยคได้ หรือกิจกรรมระดับหนักอย่างน้อย 75 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น วิ่งมาราธอน หรือเล่นกีฬาที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยหอบ พูดไม่เป็นประโยค เพื่อส่งเสริมสุขภาพและลดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

       กรมควบคุมโรค ขอเชิญชวนประชาชนทุกช่วงวัยร่วมสร้างสุขภาพดีด้วยการมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเริ่มต้นจากการเดิน วิ่ง หรือออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเอง ควบคู่กับการประเมินความพร้อมก่อนออกกำลังกาย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีและสร้างสังคมไทยที่มีสุขภาพแข็งแรงอย่างยั่งยืน

 

********************************
ข้อมูลจาก : กองโรคไม่ติดต่อ/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค
วันที่ 3 มิถุนายน 2569


ข่าวสารอื่นๆ