4 มีนาคม 2566 วันอ้วนโลก สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคอ้วนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี พร้อมแนะนำการป้องกันและลดความเสี่ยงด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต
นายแพทย์สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า สหพันธ์โรคอ้วน(World Obesity Federation) ประกาศให้ วันที่ 4 มีนาคม ของทุกปีเป็น “วันอ้วนโลก” โดยในปี 2566 ได้กำหนดประเด็นรณรงค์ คือ “Changing perspectives: Let’s talk about obesity: ปรับเปลี่ยนมุมมอง โรคอ้วนคุยกันได้” มุ่งเน้นขับเคลื่อนและสนับสนุนการดำเนินงานการจัดการโรคอ้วนที่กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก รวมถึงการสื่อสารให้เกิดความตระหนักในการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อที่มีสาเหตุจากโรคอ้วน
ปัจจุบันโรคอ้วนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยจากฐานข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข พบว่า เด็กไทยอายุ 6-14 ปี มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 11.7 ในปี 2561 เป็น ร้อยละ 12.4 ในปี 2564 ส่วนวัยผู้ใหญ่อายุ 19 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โดยพบว่ามีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนมากถึง ร้อยละ 45.6 ในปี 2563 และเพิ่มเป็นร้อยละ 46.2 ในปี 2564 และร้อยละ 46.6 ในปี 2565
สถานการณ์ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 ประกอบด้วยจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด จากคลังข้อมูลสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข (HDC) พบว่า ประชากรอายุ 6-14 ปี มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ร้อยละ 10.19 ส่วนประชากรวัยทำงานอายุ 19-59 มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ร้อยละ 52.67 เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี (พ.ศ.2563 – พ.ศ.2565) พบว่า ประชากรในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 มีแนวโน้มภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
โดยเกณฑ์ของโรคอ้วนในคนไทยสำหรับผู้ใหญ่ อายุ 20 ปีขึ้นไป จะพิจารณาจากค่าดัชนีมวลกายหรือ BMI (Body mass index) โดยค่า BMI 23 - 24.90 อยู่ในเกณฑ์หนักเกิน ส่วนค่า BMI 25 ขึ้นไปอยู่เกณฑ์โรคอ้วน สำหรับเด็กจะพิจารณาจากกราฟมาตรฐานการเจริญเติบโตซึ่งจะแตกต่างตามอายุของ 0-5 ปี และ 6-19 ปี โดยโรคอ้วนควรป้องกันตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก เพราะโรคอ้วนในเด็กจะส่งผล เช่น ขาโก่ง นอนกรน ระบบหายใจ หัวใจ พัฒนาการ และเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคไม่ติดต่อในวัยผู้ใหญ่
ซึ่งสาเหตุสำคัญของโรคอ้วน เกิดจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน เช่น การรับประทานอาหารรสหวาน มัน เค็ม มากเกินไป ทานผักผลไม้น้อย ไม่ออกกำลังกาย ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีความเครียดเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังละเลยการตรวจสุขภาพ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ส่งผลให้เกิดโรคไม่ติดต่อตามมามากมาย เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน เป็นต้น
การป้องกันและลดความเสี่ยงโรคอ้วน แนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงโดยลดการรับประทานอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม เลือกทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้ไม่เครียด และควรตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
*****************************************
ข้อมูล : กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค /
กลุ่มโรคไม่ติดต่อ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จ.ขอนแก่น
ข่าว : กลุ่มสื่อสารความเสี่ยงฯ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จ.ขอนแก่น
วันที่ 3 มีนาคม 2566