
จากการเปิดเผยข้อมูลของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยสถานการณ์เชื้อ Streptococcus suis สาเหตุโรคไข้หูดับ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พบผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศกว่า 1,340 ราย ขณะที่ผลสำรวจหมูดิบในจังหวัดอุบลราชธานีพบการปนเปื้อนเชื้อสูงถึง 83.3 %
แพทย์หญิงจินตนา คำภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า “โรคไข้หูดับ” เกิดจากเชื้อ Streptococcus suis เป็นเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ในสุกร สามารถเข้าสู่ร่างกายจากการรับประทานอาหารเมนูหมูที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ และผ่านบาดแผล จากการสัมผัสเนื้อหมูดิบ โดยอาการของโรคมีตั้งแต่ไข้สูง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หายใจลำบาก ปวดกล้ามเนื้อ ไปจนถึงภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งส่งผลให้สูญเสียการได้ยินลดลงหรือหูดับถาวร หรือเสียชีวิตได้ในรายที่มีอาการรุนแรง
แพทย์หญิงจินตนา คำภักดี เน้นย้ำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการรับประทานอาหาร เนื่องจากอาจเกิดการปนเปื้อนข้าม (Cross-contamination) ได้ หากใช้อุปกรณ์เดียวกันคีบทั้งอาหารดิบและอาหารสุก
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัย ขอแนะนำให้ประชาชนรับประทานเนื้อหมูที่ปรุงสุกด้วยความร้อนอย่างทั่วถึง หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ แยกอุปกรณ์สำหรับคีบเนื้อหมูดิบออกจากอุปกรณ์ที่ใช้รับประทานอาหาร รวมถึงไม่ใช้เขียง หรือภาชนะสำหรับอาหารดิบร่วมกับอาหารปรุงสุก ผัก หรือผลไม้ ควรเลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งจำหน่ายที่ได้มาตรฐาน และเชื่อถือได้ ไม่ซื้อเนื้อหมูที่มีกลิ่นคาว สีคล้ำ รวมถึงล้างมือก่อนและหลังสัมผัสเนื้อสัตว์ดิบทุกครั้ง และหากมีบาดแผลควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสเนื้อหมูดิบโดยตรง
ขอความร่วมมือผู้ประกอบการร้านอาหารเพิ่มมาตรการด้านสุขอนามัย โดยจัดอุปกรณ์สำหรับคีบอาหารดิบแยกจากอุปกรณ์รับประทานอย่างชัดเจน รวมถึงสื่อสารคำแนะนำด้านความปลอดภัยแก่ผู้บริโภคภายในร้าน เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนและป้องกันการเกิดโรค
แพทย์หญิงจินตนา คำภักดี ย้ำว่าโรคไข้หูดับสามารถป้องกันได้ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาด และปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยอย่างเหมาะสม หากประชาชนมีอาการผิดปกติ เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ อาเจียน ท้องเสีย หายใจลำบาก ปวดเมื่อยตามตัว คอแข็ง หรือหากมีอาการผิดปกติหลังรับประทานอาหารที่มีเนื้อหมูหรือสัมผัสเนื้อหมู ควรรีบพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการรับประทานอาหารหรือการสัมผัสแก่บุคลากรทางการแพทย์ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422