
วันนี้ 17 มิถุนายน 2569 แพทย์หญิงจินตนา คำภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จ.อุบลราชธานี กล่าวว่าโรคอาหารเป็นพิษ เป็นสาเหตุของอาการท้องเสียที่พบได้บ่อย ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง และหายได้เองภายใน 24-48 ชั่วโมง โดยปัจจัยเสี่ยงสามารถเกิดได้จาก ทั้งวัตถุดิบไม่มีคุณภาพ การปรุงประกอบอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ และพฤติกรรมการบริโภค
แพทย์หญิงจินตนา คำภักดี กล่าวต่ออีกว่า ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้สามารถ ป้องกันได้โดย 6 มาตรการ ดังต่อไปนี้ 1. การจัดระบบสุขาภิบาลอาหารในสถานศึกษา เช่น โรงอาหารและจุดปรุงอาหารต้องสะอาด อยู่ห่างจากห้องส้วมและจุดพักขยะ โต๊ะเตรียมอาหารและจุดล้างภาชนะต้องสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 เซนติเมตร แยกเก็บอาหารดิบและอาหารสุกเป็นสัดส่วน ล้างวัตถุดิบให้สะอาดก่อนปรุง อาหารต้องปรุงสุกทั่วถึง มีการปกปิด และไม่ทิ้งไว้นานเกิน 2 ชั่วโมงก่อนกิน และผู้ปรุงและผู้เสิร์ฟต้องแต่งกายสะอาด สวมผ้ากันเปื้อน และใส่หมวกคลุมผม 2. การเก็บรักษานมโรงเรียนในอุณหภูมิที่เหมาะสมรถส่งนมพาสเจอร์ไรส์ต้องเป็นรถห้องเย็นที่มีอุณหภูมิไม่เกิน 8 องศาเซลเซียส นมพาสเจอร์ไรส์ต้องเก็บในตู้เย็นหรือถังแช่ที่มีน้ำแข็งคลุมตลอดเวลา (อุณหภูมิต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียส) ส่วนนม ยูเอชที (UHT) เก็บในห้องที่แห้ง โปร่ง ไม่ถูกแสงแดดโดยตรง และสูงจากพื้นอย่างน้อย 10 เซนติเมตร 3. อาหารบริจาค ควรเก็บข้อมูลอาหารบริจาค เช่น ชื่อ-สกุล ผู้บริจาค ประเภทของอาหาร วันเดือนปีที่บริจาคตรวจเช็กวันหมดอายุและความสมบูรณ์ของบรรจุภัณฑ์อาหารกระป๋องหรืออาหารแห้งและ หลีกเลี่ยงการรับบริจาคอาหารที่บูดเสียง่าย หรืออาหารที่ปรุงทิ้งไว้นานแล้ว 4. กรณีจัดกิจกรรมภายนอก (เช่น เข้าค่าย/ทัศนศึกษา) ควรเลือกร้านอาหารหรือผู้รับเหมาที่ผ่านมาตรฐานสุขาภิบาลอาหารหลีกเลี่ยงเมนูเสี่ยงบูดง่าย เช่น อาหารที่มีส่วนผสมของกะทิ อาหารสุกๆ ดิบๆ หรือลาบ/พล่า อาหารกล่องต้องปรุงสุกใหม่ และระบุเวลาที่ควรบริโภคให้ชัดเจน 5. หากมีพืชพิษในสถานศึกษา (เช่น ต้นสบู่ดำ, ลำโพง, เห็ดพิษ) ต้องทำรั้วล้อมรอบ ติดป้ายชื่อพืชและคำเตือนชัดเจน เช่น “พืชพิษ ห้ามรับประทาน” พร้อมทั้งจัดกิจกรรมสอนให้นักเรียนรู้จักพืชพิษและวิธีป้องกันตนเอง 6. การประสานส่งต่อและการสื่อสารความเสี่ยง (เมื่อเกิดการระบาด) ต้องคัดกรองและแยกนักเรียนที่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียออกจากกลุ่ม ให้ดื่มน้ำผสมผงเกลือแร่ (ORS) เพื่อป้องกันอาการขาดน้ำ หากพบการป่วยเป็นกลุ่มก้อน (Cluster) ให้รีบแจ้งสถานพยาบาลใกล้บ้านหรือสาธารณสุขอำเภอทันทีพร้อมทั้ง ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดห้องสุขาและจุดที่เปื้อนอาเจียนหรืออุจจาระเพื่อหยุดการแพร่กระจาย ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422