
วันนี้ 23 มิถุนายน 2569 แพทย์หญิงจินตนา คำภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่เกิดจากเชื้อไวรัส โดยหากติดเชื้อและเริ่มแสดงอาการแล้ว ไม่สามารถรักษาให้หายได้ และมีโอกาสเสียชีวิตทุกราย สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการถูกสุนัขหรือแมวกัดหรือข่วน แล้วไม่ได้รับการรักษา หรือไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคอย่างถูกต้องและครบถ้วน
แพทย์หญิงจินตนา คำภักดี กล่าวต่ออีกว่า ขอให้ประชาชนระมัดระวังและป้องกันตนเองจากโรคพิษสุนัขบ้า โดยใช้ “คาถา 5 ย.” คือ 1. อย่าแหย่ – อย่าแหย่ให้สุนัขโกรธหรือโมโห 2.อย่าเหยียบ - อย่าเหยียบสุนัข หรือทำให้ตกใจ 3.อย่าแยก – อย่าใช้มือเปล่าแยกสุนัขที่กำลังกัดกัน 4.อย่าหยิบ – อย่าหยิบชามอาหารของสุนัขขณะกำลังกิน 5.อย่ายุ่ง – อย่ายุ่งกับสุนัขที่ไม่รู้จักหรืออยู่นอกบ้าน รวมถึงสุนัขที่ไม่ทราบ
นอกจากนี้ ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์หรือซากสัตว์ที่สงสัยว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้า และไม่ควรชำแหละ หรือรับประทานสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ หากประชาชนถูกสุนัข กัด ข่วน หรือเลียบาดแผล แม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบ “ล้างแผล ใส่ยา กักหมา หาหมอ ฉีดวัคซีนให้ครบ” คือ ให้รีบล้างแผลด้วยน้ำ และสบู่นาน 10 - 15 นาที ใส่ยาฆ่าเชื้อ รีบไปพบแพทย์เพื่อพิจารณารับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ครบชุด กักสัตว์เพื่อดูอาการอย่างน้อย 10 วัน หากสัตว์เสียชีวิตให้ส่งสัตว์ตรวจหาเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า และที่สำคัญอย่าชะล่าใจ โรคนี้หากไม่ได้รับวัคซีนและแสดงอาการจะเสียชีวิตทุกราย เสียเวลา ดีกว่าเสียชีวิต
ขอย้ำว่า “โรคพิษสุนัขบ้า ป้องกันได้ หากเข้ารับวัคซีนทันเวลา” พร้อมขอความร่วมมือเจ้าของสัตว์เลี้ยงรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการฉีดวัคซีนและควบคุมสัตว์เลี้ยงอย่างเหมาะสม รวมทั้งขอให้ประชาชนปฏิบัติตนอย่างถูกต้องเมื่อถูกสัตว์กัดหรือข่วน เพื่อลดความเสี่ยงการเสียชีวิต และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าอย่างยั่งยืน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร