สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น
Responsive image

15 มิ.ย. 67 วันไข้เลือดออกอาเซียน สคร.7 จ.ขอนแก่น แนะใช้มาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ที่มียุงลายเป็นพาหะ ย้ำหากมีอาการป่วยให้รีบพบแพทย์ทันที ห้ามซื้อยากินเอง

           วันที่ 14 มิถุนายน 2567 นายแพทย์สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า วันที่ 15 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันไข้เลือดออกอาเซียน หรือ ASEAN Dengue Day เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนัก และร่วมกันแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก สำหรับวันไข้เลือดออกอาเซียน ประจำปี 2567 กรมควบคุมโรคได้กำหนดแนวทางในการรณรงค์ คือ Dengue Heroes towards zero death "รวมพลังกำจัดยุงลาย ลดการป่วยตายให้เป็นศูนย์"

      โรคไข้เลือดออกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี มียุงลายเป็นพาหะนำโรค เป็นปัญหาสาธารณสุขในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะพบมากในประเทศเขตร้อนและเขตอบอุ่น ซึ่งร้อยละ 70 ของผู้ป่วยทั้งหมดมาจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย ในประเทศไทยโรคไข้เลือดออกจะมีแนวโน้มพบผู้ป่วยสูงขึ้นในเดือนเมษายนและสูงสุดในเดือนมิถุนายน - สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 (ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 1 มิถุนายน 2567 มีผู้ป่วยสะสม จำนวน 1,010 ราย เสียชีวิต 1 ราย กลุ่มอายุที่ป่วยสูงสุดได้แก่ กลุ่มอายุ 5-14 ปี รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 15-24 ปี และกลุ่มอายุ  0-4 ปี ตามลำดับ

         ในช่วงนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนเอื้อต่อการแพร่พันธุ์ของลูกน้ำยุงลาย เนื่องจากหลังฝนตกจะมีน้ำขังตามภาชนะต่างๆ เช่น โอ่งน้ำ ยางรถยนต์เก่า กระถางต้นไม้ น้ำสำหรับสัตว์เลี้ยง แจกัน เศษขยะ เป็นต้น ทำให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์อย่างดีของลูกน้ำยุงลาย ทำให้ยุงลายแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว การระบาดของโรคที่มียุงลายเป็นพาหะโดยเฉพาะโรคไข้เลือดออกก็มีโอกาสพบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ปัจจุบันโรคไข้เลือดออกยังไม่มียารักษา ต้องรักษาตามอาการ การป้องกันจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันในการดำเนินมาตรการ 3 เก็บป้องกัน 3 โรค ได้แก่ 1. เก็บบ้านให้ปลอดโปร่ง ไม่ให้ยุงลายเกาะพัก 2. เก็บขยะ เศษภาชนะต่างๆไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย และ 3. เก็บน้ำ ปิดฝาภาชนะให้มิดชิด เช่น โอ่ง ไห ขวด ถัง เป็นต้น เพื่อไม่ให้ยุงลายวางไข่ โดยต้องทำอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ทั้งที่บ้าน และที่ทำงาน เพื่อป้องกัน 3 โรคที่มียุงลายเป็นพาหะ ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย

          นายแพทย์สมาน กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ต้องเฝ้าระวังสังเกตอาการของโรคไข้เลือดออก หากมีสมาชิกในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดมีอาการไข้สูงลอย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร อาเจียน ปวดท้อง ใบหน้าหรือผิวหนังมีจุดแดง ขอให้รีบไปพบแพทย์ทันที ผู้ป่วยไข้เลือดออกควรป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัดเพื่อลดการแพร่เชื้อและป้องกันการระบาดของโรค ด้วยการทายากันยุงต่อเนื่อง 5 -7 วัน นอนในมุ้ง สวมเสื้อผ้าให้มิดชิด และห้ามซื้อยารับประทานเองหากจำเป็นให้ใช้ยาพาราเซตามอล ห้ามใช้ยาลดไข้ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค แอสไพริน รวมถึงยาชุด ซึ่งอาจมีผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น เลือดออกในทางเดินอาหาร อาจทำให้เกิดอาการช็อกและเสียชีวิตได้

 

 

***************************************************
ข้อมูล : ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงที่ 7.1 จ.ขอนแก่น
ข่าว/เผยแพร่ : กลุ่มสื่อสารความเสี่ยงฯ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จ.ขอนแก่น
วันที่ 14 มิถุนายน 2567


ข่าวสารอื่นๆ