Fall Facts: การพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ
1 ใน 3 ของผู้สูงอายุหกล้มทุกปี โดยหลายคนไม่ได้แจ้งแพทย์หรือเข้ารับการรักษา และผู้ที่เคยหกล้มมีความเสี่ยงหกล้มซ้ำสูงขึ้น
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- กว่า 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุหกล้มทุกปี
- ในปี 2567 มีผู้สูงอายุเข้าพักรับการรักษาในโรงพยาบาลจากการพลัดตกหกล้มเกือบ 80,000 คน
- ผู้สูงอายุกระดูกสะโพกหักมากกว่า 40,000 รายต่อปี โดยการหกล้มเป็นสาเหตุสำคัญ
- เกือบร้อยละ 20 ของผู้ล้มแล้วกระดูกสะโพกหัก จะมีโอกาสเสียชีวิตภายใน 1 ปี
- ปี 2567 พบว่า มีผู้สูงอายุเสียชีวิตจากการพลัดตกหกล้มกว่า 11 รายต่อแสนประชากร
- เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองของผู้สูงอายุในกลุ่มการบาดเจ็บโดยไม่ได้ตั้งใจ รองจากอุบัติเหตุทางถนน
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หกล้มได้ง่ายขึ้น
- ปัจจัยเสี่ยงด้านร่างกาย โรคประจำตัวและการใช้ยา โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการทรงตัว ความดันโลหิต หรือระดับความรู้สึกตัว รวมถึงการใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน นอกจากนี้ การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอส่งผลให้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กระดูก และการทรงตัวเสื่อมลง ภาวะขาดสารอาหาร ความบกพร่องของการมองเห็น การรับรู้ การตัดสินใจ การควบคุมการเคลื่อนไหว และปัญหาสุขภาพเท้า ล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน
- ปัจจัยเสี่ยงด้านสภาพแวดล้อม ผู้สูงอายุจำนวนมากอาศัยอยู่ในบ้านที่มีจุดเสี่ยง ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อย ได้แก่ พื้นเปียกลื่น พื้นต่างระดับ สิ่งกีดขวางทางเดิน ห้องน้ำไม่มีราวจับ ไม่มีเก้าอี้นั่งอาบน้ำ และแสงสว่างไม่เพียงพอ รวมถึงการแต่งกายไม่ปลอดภัย รองเท้าลื่น ชุดเทอะทะ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการสะดุดหกล้มได้
เมื่อหกล้มแล้วควรทำอย่างไร
- แจ้งญาติหรือผู้ดูแล และปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อประเมินสาเหตุและแก้ไขปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้หกล้มซ้ำ รวมทั้งตรวจคัดกรองการบาดเจ็บที่อาจไม่แสดงอาการทันที เช่น เลือดออกในสมอง กระดูกหัก หรือการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและข้อต่อ
- ไม่ควรหยุดเคลื่อนไหวเพราะความกลัวการหกล้มซ้ำ เนื่องจากการเคลื่อนไหวน้อยลงอาจทำให้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตลอดจนความแข็งแรงของกระดูกลดลง การทรงตัวลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มซ้ำในอนาคต ควรกลับมามีกิจกรรมทางกายอย่างเหมาะสมภายใต้คำแนะนำของแพทย์
แหล่งข้อมูล: HDC กระทรวงสาธารณสุข, สปสช., การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 (พ.ศ. 2566–2567) และกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค