สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จังหวัดชลบุรี เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการรับประทานหมูดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและวัยทำงาน เสี่ยงป่วยด้วยโรคไข้หมูดิบ หรือโรคติดเชื้อสเตรปโตคอกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) ทำให้หูหนวกถาวร หรือเสียชีวิตได้ พร้อมแนะวิธีป้องกันโดยเลือกซื้อเนื้อหมูที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน รับประทานอาหารที่ปรุงสุก ใช้อุปกรณ์ประกอบอาหารระหว่างเนื้อหมูสุกดิบแยกกัน และไม่สัมผัสเนื้อหมู เลือดดิบด้วยมือเปล่า ควรใส่ถุงมือในการปรุงอาหารถ้ามือมีบาดแผล
แพทย์หญิงลานทิพย์ เหราบัตย์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า สถานการณ์ของโรคไข้หมูดิบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2567 จากรายงานโรคในระบบ DDS โดยกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบผู้ป่วย 956 รายผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงาน ได้แก่ อายุมากกว่า 65 ปี รองลงมาคืออายุ 55-59 ปี และ 40-49 ปี ตามลำดับ ภาคที่มีผู้ป่วยมากที่สุดคือ ภาคกลางตอนบน รองลงมาภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 6 (ภาคตะวันออก) พบผู้ป่วยในปี 2567 จำนวน 29 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต ปัจจัยเสี่ยงที่พบ คือ การบริโภคเนื้อหมูหรือเลือดสุกๆ ดิบๆ ไม่แยกเขียงทำอาหาร สัมผัสหมูดิบโดยตรง และส่วนใหญ่ มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน โรคหัวใจ เป็นต้น
โรคไข้หมูดิบ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) โดยเชื้อนี้จะอยู่ในทางเดินหายใจของหมู และเลือดของหมูที่กำลังป่วย สามารถติดต่อได้ 2 ทาง คือ 1.เกิดจากการบริโภคเนื้อและเลือดหมูที่ปรุงแบบดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ 2.การสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อทั้งเนื้อหมู เครื่องใน และเลือดหมูที่เป็นโรค โดยเชื้อจะเข้าทางบาดแผล รอยขีดข่วนตามร่างกายหรือทางเยื่อบุตา หรือการสัมผัสเลือดของหมู ที่กำลังป่วย ซึ่งหลังจากได้รับเชื้อ 1-14 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้ อาเจียน คอแข็ง สูญเสียการได้ยิน ในรายที่เป็นรุนแรง อาจเสียชีวิตได้
แพทย์หญิงลานทิพย์ เหราบัตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีป้องกันโรคไข้หมูดิบ คือ 1.บริโภคอาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อนอย่างน้อย 60-70 องศาเซลเซียส ในเวลา 10 นาทีเป็นอย่างต่ำ หากรับประทานอาหารปิ้งย่าง แยกอุปกรณ์ที่ใช้หยิบเนื้อหมูสุกและดิบออกจากกัน ไม่ใช้เขียงของดิบและของสุก ผัก หรือผลไม้ร่วมกัน 2.เลือกซื้อเนื้อหมูจากตลาดสดหรือห้างสรรพสินค้า ที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้ ไม่ซื้อเนื้อหมูที่มีกลิ่นคาว สีคล้ำ 3.ไม่สัมผัสเนื้อหมูและเลือดดิบด้วยมือเปล่า โดยเฉพาะผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ที่ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล สัตวแพทย์ ขณะทำงานควรสวมรองเท้าบูทยาง และสวมถุงมือ หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด และล้างมือหลังสัมผัสกับหมูทุกครั้ง 4.และหากพบว่ามีอาการป่วย สงสัยโรคไข้หมูดิบโดยมีไข้สูง ปวดศีรษะ ร่วมกับประวัติเสี่ยง ขอให้รีบไปพบแพทย์ทันที แจ้งประวัติการกินหมูดิบและสัมผัสเนื้อหมูดิบให้ทราบ ทั้งนี้หากมาพบแพทย์และวินิจฉัยได้เร็ว ได้รับยาปฏิชีวนะเร็วจะช่วยลดอัตราการเกิดหูหนวกและการเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่หากติดเชื้อจะมีอาการป่วยรุนแรงเนื่องจากร่างกายมีภูมิต้านทานโรคต่ำ ได้แก่ ผู้ติดสุราเรื้อรัง ผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรือผู้ที่เคยตัดม้ามออก เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422