ฝีดาษวานร (MPOX) สังเกตอาการ รู้ทันความเสี่ยง ป้องกันได้
ฝีดาษวานร (MPOX) เป็นโรคที่เกิดจากไวรัส MPOX อาการที่พบบ่อย ได้แก่ มีไข้ มีผื่นหรือตุ่มบริเวณผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก และต่อมน้ำเหลืองโต อาการอื่น ๆ ได้แก่ ปวดศีรษะ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย มีอาการปวด/เลือดออก/สารคัดหลั่งทางทวารหนักหรืออวัยวะเพศ และอาการบวมบริเวณอวัยวะเพศ หากมีอาการดังกล่าวร่วมกับมีประวัติเสี่ยงใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการ หรือเข้าไปในสถานที่ปิดและแออัด หรือมีการรวมตัวหนาแน่นของคนจำนวนมาก ควรรีบพบแพทย์ทันที ระยะฟักตัว 5-21 วันหลังรับเชื้อ การติดต่อผ่านการสัมผัสแนบชิดหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วย เช่น การมีเพศสัมพันธ์ในทุกช่องทาง ได้แก่ อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือปาก การสัมผัสโดยตรงกับผิวหนัง (แม้จะไม่เห็นรอยโรค) เยื่อบุ หรือสารคัดหลั่งจากร่างกายของผู้ป่วยฝีดาษวานร เช่น การจับมือ คลุกคลี หรือสัมผัสของที่อาจปนเปื้อนของผู้ป่วย อาทิเช่น เสื้อผ้า ที่นอน ผ้าเช็ดตัว ของใช้ผู้ป่วย หรือของมีคมที่ปนเปื้อนเชื้อฝีดาษวานรทิ่มตำ การสัมผัสร่วมบ้าน หรือการพักค้างร่วมกับผู้ป่วย การอยู่ใกล้ผู้ป่วยในระยะ 1 เมตร มากกว่า 4 ชั่วโมง โดยไม่สวมหน้ากากอนามัย โรคฝีดาษวานรไม่ได้แพร่กระจายง่ายจากการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไปโดยไม่มีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ การรักษา ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถรักษาตามอาการและแยกกักตัวที่บ้านได้จนหายดี สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรง แพทย์จะพิจารณาให้ยาต้านไวรัสตามข้อบ่งชี้ แนะนำให้ผู้ป่วยทุกรายแยกกักตัวประมาณ 21 วัน หรือจนกว่าผื่นและตุ่มจะตกสะเก็ดหลุดลอกหมดและผิวหนังกลับสู่สภาพปกติ การป้องกันโรค หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดหรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีผื่นหรือตุ่มผิดปกติ และบุคคลที่ไม่รู้จัก หลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกัน ล้างมือด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำ สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องเข้าไปในสถานที่ปิดหรือแออัดหรือมีการรวมตัวหนาแน่นของคนจำนวนมาก หากมีอาการสงสัยหรือประวัติเสี่ยง ควรแยกตัวและรีบเข้ารับการตรวจที่สถานพยาบาล พร้อมแจ้งอาการและประวัติเสี่ยงแก่บุคลากรทางการแพทย์
ข้อมูลจากโปรแกรมเฝ้าระวังเหตุการณ์โรคและภัยสุขภาพ (M-EBS) กรมควบคุมโรค ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 18 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสม 139 ราย และผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายมีการติดเชื้อ HIV ร่วมด้วย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย 135 ราย (ร้อยละ 97.12) และเพศหญิง 4 ราย (ร้อยละ 2.88) มีอายุเฉลี่ย 36 ปี (ช่วงอายุ 18–75 ปี) สำหรับสัญชาติของผู้ป่วย ส่วนใหญ่เป็น สัญชาติไทย 123 ราย (ร้อยละ 88.49) รองลงมา ได้แก่ สัญชาติเมียนมา 9 ราย และ สัญชาติอื่น ๆ 7 ราย โดยผู้ป่วยกระจายตัวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล เมืองขนาดใหญ่ และจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ แม้สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แต่การป้องกันตนเอง และการเข้ารับการตรวจรักษาอย่างรวดเร็วเมื่อมีอาการสงสัย จะช่วยลดการแพร่เชื้อและป้องกันการเกิดอาการรุนแรงได้
คำแนะนำจาก สคร.6 ชลบุรี
โรคฝีดาษวานรสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงสังเกตอาการตนเองและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้อย่างต่อเนื่อง หากมีอาการสงสัยหรือประวัติเสี่ยงควรรีบเข้ารับการตรวจรักษาโดยเร็ว เพื่อช่วยลดโอกาสการแพร่เชื้อในครอบครัวและชุมชน รวมทั้งลดความรุนแรงและลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อน
อ้างอิงข้อมูลจาก กองระบาดวิทยา/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ