สำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศ
Responsive image

ครั้งแรกในอาเซียน! กรมควบคุมโรค (OICDDC) จับมือภาคีและACPHEED หารือแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ทลายข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ผงาดสู่ศูนย์กลางรับมือโรคอุบัติใหม่ระดับโลก

ภูเก็ต, ประเทศไทย – สำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมควบคุมโรค (OICDDC) กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับเสาหลักด้านการตอบโต้และการสื่อสารความเสี่ยงของ ACPHEED (ACPHEED RRC) - สำนักงานชั่วคราว (Interim Office) ศูนย์ป้องกันควบคุมโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (US CDC) ภายใต้โครงการ iEOC และสำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UK HSA) ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ “ACPHEED RuamJai Exercise” ระหว่างวันที่ 19 - 21 พฤษภาคม 2569 ณ จังหวัดภูเก็ต เพื่อระดมสมองจากทุกเสาหลักของศูนย์ ACPHEED ใน 3 ประเทศเจ้าภาพ (ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม) สำนักเลขาธิการ และภาคีเครือข่ายความมั่นคงทางสาธารณสุขทั่วภูมิภาคอาเซียน มาร่วมกันฝ่าวิกฤตความท้าทายเชิงโครงสร้าง และเห็นพ้องในข้อเสนอแนะแผนปฏิบัติการยุทธศาสตร์ระยะ 3 ปี ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงระบบเดิมและเปิดรับแพลตฟอร์มดิจิทัลร่วมกัน ซึ่งจะช่วยให้ศูนย์ ACPHEED สามารถยกระดับขีดความสามารถการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินข้ามพรมแดนได้ทันทีภายใต้อำนาจหน้าที่ปัจจุบัน โดยไม่ต้องรอให้ข้อตกลงการจัดตั้งศูนย์ฯ (Establishment Agreement: EA) ลงนามเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ

นายเเพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า กิจกรรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นเวทีประวัติศาสตร์ที่สามารถทลายข้อจำกัดในการทำงานแยกส่วนในอดีต ด้วยการดึงเอาทุกเสาหลักของ ACPHEED ที่กระจายตัวอยู่ใน 3 ประเทศเจ้าภาพ ได้แก่ เสาหลักการป้องกันและเตรียมความพร้อม (เวียดนาม), เสาหลักการตรวจจับและประเมินความเสี่ยง (อินโดนีเซีย) และเสาหลักการตอบโต้และการสื่อสารความเสี่ยง (ประเทศไทย) มารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง รวมถึงสำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat) และเครือข่ายสาธารณสุขสำคัญ ได้แก่ เครือข่ายศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขอาเซียน (ASEAN EOC Network) เครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียวอาเซียน (ASEAN One Health Network) และศูนย์เฝ้าระวังภัยคุกคามทางชีวภาพอาเซียน (ABVC) เพื่อหันหน้าเข้าหากันและร่วมกันวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ

เเพทย์หญิงสุชาดา เจียมศิริ ผู้อำนวยการ OICDDC กล่าวว่า ปัจจุบัน การดำเนินงานของศูนย์ ACPHEED เผชิญความท้าทายสำคัญเชิงโครงสร้าง เนื่องจากข้อตกลงการจัดตั้งศูนย์ฯ (EA) ยังอยู่ระหว่างกระบวนการลงนาม ประกอบกับการทำงานที่เป็นรูปแบบกระจายตัว (Distributed Model) ส่งผลให้เกิดช่องว่างในการประสานงานรายวัน การขาดแพลตฟอร์มแชร์ข้อมูลร่วมกัน และความไม่ชัดเจนของเกณฑ์การส่งสัญญาณเตือนภัยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินข้ามพรมแดน ที่ประชุมจึงได้ร่วมกันเคาะข้อเสนอแนะแผนปฏิบัติการระยะ 3 ปี ของ ACPHEED ที่พร้อมขับเคลื่อนได้ทันทีภายใต้อำนาจหน้าที่ปัจจุบัน (Current Mandate) โดยประกอบด้วยยุทธศาสตร์สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่:

1. Standing Quarterly Coordination Mechanism: กลไกการประชุมร่วมระหว่างเสาหลักทุก ๆ ไตรมาส เพื่อรักษาความต่อเนื่องเชิงนโยบายและเทคนิค
2. Shared Information Platform: การพัฒนาแพลตฟอร์มและระบบคลังข้อมูลกลางร่วมกัน เพื่อให้เกิดการรับรู้สถานการณ์ภัยสุขภาพจริงแบบ Real-time
3. ยุทธศาสตร์เชิงรุกและระบบเตือนภัย: การจัดทำเกณฑ์ส่งสัญญาณเตือนภัย (Activation Triggers), ข้อตกลงต้นแบบการส่งต่อตัวอย่างสิ่งส่งตรวจ (Specimen-transfer arrangements) และระบบการบริหารจัดการข่าวปลอมในระดับภูมิภาค (Regional Infodemic Management)

“สิ่งสำคัญที่สุดที่ได้จากการประชุมครั้งนี้คือ ข้อพิสูจน์ที่ว่าความพร้อมด้านการประสานงานเพื่อความมั่นคงทางสุขภาพสามารถสร้างขึ้นได้ทันทีก่อนที่กฎหมายจัดตั้งจะเสร็จสิ้น โดยเราจะใช้บทเรียนจาก ACPHEED RuamJai Exercise เป็นพิมพ์เขียวในการเชื่อมต่อและปรับปรุงกลไกที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตามหลักการ 'Connect and Adapt' หรือการเชื่อมโยงระบบที่มีอยู่ ไม่ใช่การสร้างตึกซ้ำซ้อน เพื่อให้ในวันที่ข้อตกลงการจัดตั้งศูนย์ฯ (EA) ได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการ ศูนย์ ACPHEED จะสามารถขับเคลื่อนสู่การเป็น 'ศูนย์กลางความเป็นเลิศและหน่วยตอบโต้เหตุฉุกเฉินระดับโลก' ได้ในทันทีโดยไม่ต้องผ่านโหมดรอคอยอีกต่อไป” แพทย์หญิงสุชาดา กล่าวทิ้งท้าย


ข่าวสารอื่นๆ