สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่
Responsive image

สคร. 1 เชียงใหม่ เผย การช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุจมน้ำอย่างรวดเร็วและถูกวิธี ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้ถึง 2.19 เท่า

 สคร. 1 เชียงใหม่ แนะหากพบผู้ประสบเหตุจมน้ำหมดสติ ให้รีบช่วยเหลือขึ้นมาจากน้ำและช่วยฟื้นคืนชีพหรือทำ CPR ทันที โดยทำการเป่าปากและกดหน้าอกอย่างถูกวิธี ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้มากกว่าคนที่ไม่ได้รับการ CPR ถึง 2.19 เท่า 
         แพทย์หญิงเสาวนีย์ วิบุลสันติ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ กล่าวว่า ภายหลังการจมน้ำเพียง 2 นาที ผู้ประสบเหตุจะหมดสติ และเพียง 4 - 6 นาที สมองจะขาดออกซิเจนและถูกทำลายถาวร ส่งผลให้พิการหรือเสียชีวิตได้ ดังนั้น การช่วยเหลือตั้งแต่จุดเกิดเหตุจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากพบคนจมน้ำไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ให้รีบช่วยเหลือขึ้นมาจากน้ำและทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) โดยทำการเป่าปากและกดนวดหัวใจ จะช่วยให้คนที่จมน้ำมีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มมากกว่าคนที่ไม่ได้รับการ CPR ถึง 2.19 เท่า โดยขั้นตอนการช่วยชีวิตผู้จมน้ำที่ถูกต้อง ให้โทรศัพท์แจ้งสายด่วน 1669 หรือหน่วยพยาบาลใกล้เคียงโดยเร็วที่สุด, จับคนจมน้ำนอนบนพื้นราบ แห้งและแข็ง, ตรวจดูว่าคนจมน้ำรู้สึกตัวหรือไม่ หากรู้สึกตัวให้เช็ดตัวให้แห้ง เปลี่ยนเสื้อผ้าและห่มผ้าเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และนำส่งโรงพยาบาล แต่หากหมดสติให้เริ่มทำ CPR โดยเริ่มจากการเป่าปาก 2 ครั้ง ตามด้วยการกดหน้าอก 30 ครั้ง (กรณีเป็นผู้ใหญ่กดให้หน้าอกยุบประมาณ 5 เซนติเมตร หากเป็นเด็กกดให้ยุบประมาณ 1 ใน 3 ของความหนาของหน้าอก) ความเร็วอย่างน้อย 100 - 120 ครั้งต่อนาที ทำสลับกันไปจนกว่าผู้ประสบเหตุจะรู้สึกตัวและหายใจได้เอง หรือจนกว่ารถทีมแพทย์กู้ชีพจะมาถึงและนำส่งโรงพยาบาลทุกรายแม้ว่าจะรู้สึกตัวดีแล้ว
         ทั้งนี้ การช่วยชีวิตผู้ที่จมน้ำแตกต่างจากการทำ CPR ทั่วไปตรงที่ต้องเริ่มจากการเป่าปากก่อน เพื่อแก้ภาวะขาดอากาศหายใจ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากการจมน้ำ และไม่ควรเสียเวลากับการอุ้มพาดบ่าแล้วกระแทกหรือกดท้องเพื่อเอาน้ำออกจากท้อง เพราะอาจทำให้คนจมน้ำอาเจียนและสำลักน้ำส่งผลให้ขาดอากาศหายใจนานยิ่งขึ้น


ข่าวสารอื่นๆ