สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา
Responsive image

เบาหวาน รู้ว่าเสี่ยง รู้แล้วต้องเปลี่ยน 14 พฤศจิกายน วันเบาหวานโลก

         องค์การอนามัยโลกและสหพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติ กำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) เพื่อให้องค์กรสาธารณสุขทั่วโลกได้เห็นความสำคัญในการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวาน โดยในปี 2566 นี้มีประเด็นสารวันเบาหวานโลก คือ “Diabetes: Know your risk, Know your response เบาหวาน รู้ว่าเสี่ยง รู้แล้วต้องเปลี่ยน” ปัจจัยเสี่ยงโรคเบาหวาน ที่สำคัญ คือ คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคเบาหวาน พร้อมแนะนำให้ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวาน

         นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวถึงโรคเบาหวานว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มสูงขึ้น โดยสถานการณ์โรคเบาหวานในประเทศไทย มีคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน จำนวน 5.2 ล้านคน ส่วนใหญ่พบในช่วงวัยกลางคนจนถึงผู้สูงอายุ สัดส่วนเพศหญิงสูงกว่าเพศชาย และพื้นที่พบความชุกสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ รองลงมา ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ส่วนภาคใต้ความชุกน้อยกว่าภาคอื่นๆ และพบว่าความชุกเบาหวานและความดันโลหิตสูงในประชาชนอายุ 35 ปี ขึ้นไป สูงกว่ากลุ่มอายุน้อยกว่า 35 ปี จึงเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรค

         สถานการณ์โรคเบาหวานในเขตสุขภาพที่ 9 ในปีงบประมาณ 2566 มีผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่ 43,539 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 654.26 ต่อแสนประชากร แยกเป็นรายจังหวัด ดังนี้ 1) จังหวัดนครราชสีมา    มีผู้ป่วย 17,007 ราย อัตราป่วย 647.96 ต่อประชากรแสนคน 2) จังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้ป่วย 10,422 ราย อัตราป่วย 660.92 ต่อประชากรแสนคน 3) จังหวัดสุรินทร์ มีผู้ป่วย 8,251 ราย อัตราป่วย 617.99 ต่อประชากรแสนคน 4) จังหวัดชัยภูมิ มีผู้ป่วย 7,859 ราย อัตราป่วย 703.00 ต่อประชากรแสนคน โดยจังหวัดนครราชสีมา พบจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่มากสุดในเขตสุขภาพที่ 9

โรคเบาหวาน เป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ หรือร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน ส่งผลให้อวัยวะเสื่อมสมรรถภาพ และทำงานล้มเหลว เป็นเหตุให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ตา ไต หลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง รวมถึงเป็นแผลง่ายหายยาก ชาปลายมือปลายเท้า 

         นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน กล่าวต่อไปว่า การป้องกันภาวะแทรกซ้อนสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี พบแพทย์สม่ำเสมอ ใช้ยาตามแพทย์สั่ง หากมีอาการผิดปกติให้แจ้งแพทย์    ที่รักษา ห้ามปรับยาเอง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หมั่นตรวจเท้าด้วยตัวเอง หากเป็นแผลควรรีบไปพบแพทย์ ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ สำหรับการป้องกันโรคเบาหวานควรปฏิบัติ ดังนี้ 1.เลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย เน้นผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ ลดอาหารประเภทหวาน มัน เค็ม  2.ควรออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง 3.ทำจิตใจให้แจ่มใส นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน 4.ไม่สูบบุหรี่และไม่ดื่มแอลกอฮอล์  5.ผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป ควรตรวจสุขภาพทุกปี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

 


ข่าวสารอื่นๆ