สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา
Responsive image

รู้ทันสารพิษในบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า

“หยุดยั้งเยาวชนจากยาเสพติด #นิโคติน เสพติด จน ตาย” 
วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2569 

          องค์การอนามัยโลก ได้กําหนดให้วันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก โดยประเด็นรณรงค์เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2569 คือ “หยุดยั้งเยาวชนจากยาเสพติด #นิโคติน เสพติด จน ตาย” เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดการสร้างความเข้าใจ ความตระหนักถึงโทษ พิษ ภัยของผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกรูปแบบ โดยเฉพาะภัยร้ายที่มาจาก“นิโคติน” ซึ่งเป็นสารเสพติดและสารพิษรุนแรง ที่นำไปสู่การใช้ยาเสพติดชนิดอื่นๆ ต่อไป
          นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้คนไทยมีการใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบใหม่ เช่น บุหรี่ไฟฟ้าและนิโคตินถุงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก ถูกออกแบบให้สูบ เสพ ใช้งานง่าย และหาซื้อสะดวกผ่านช่องทางออนไลน์ และพบว่าเยาวชนเริ่มต้นใช้นิโคตินรูปแบบต่าง ๆ ในช่วงอายุน้อยลง ทำให้เสี่ยงต่อการเสพติดในระยะยาว จนส่งผลกระทบต่อสมองและพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย 
          การสํารวจการบริโภคยาสูบของเยาวชนไทย (Global Youth Tobacco Survey: GYTS) ปี พ.ศ. 2565 พบว่า นักเรียนอายุ 13–15 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่ คิดเป็นร้อยละ 8.1 โดยเพศชายมีอัตราการสูบบุหรี่สูงกว่าที่ร้อยละ 11.4 ขณะที่เพศหญิงอยู่ที่ร้อยละ 4.8 ทั้งนี้ ยังพบแนวโน้มการใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นถึง 5.3 เท่าภายในระยะเวลา 7 ปี จากร้อยละ 3.3 ในปี พ.ศ. 2558 เป็นร้อยละ 17.6 ในปี พ.ศ. 2565
          การสํารวจของสํานักงานสถิติแห่งชาติปีพ.ศ. 2567 พบว่า ประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีอัตราการสูบบุหรี่ร้อยละ 16.5 หรือประมาณ 9.8 ล้านคน โดยเพศชายมีอัตราการสูบสูงถึงร้อยละ 33.5 ขณะที่เพศหญิง
อยู่ที่ร้อยละ 1.0 ทั้งนี้ยังพบแนวโน้มการใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2564 จากจํานวน 78,742 คน (ร้อยละ 0.14) เป็น 995,447 คน (ร้อยละ 1.5) 4

          นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ กล่าวต่อไปว่า สารพิษในผลิตภัณฑ์ยาสูบและผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่มีมากมาย ได้แก่
               1.สารนิโคติน (Nicotine) มีฤทธิ์เสพติดรุนแรงต่อระบบประสาทและสมอง ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะในส่วนของสมองที่รับผิดชอบด้านความสนใจ การเรียนรู้ และความจํา เสี่ยงต่อการเกิดภาวะวิตกกังวล ความหุนหันพลันแล่น และอารมณ์รุนแรง
               2.สารพิษกลุ่มอัลดีไฮด์และสารอินทรีย์ขนาดเล็กที่เกิดจากการเผาไหม้ หากสูดดมเข้าสู่ร่างกายและสะสมอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้ปอดและหลอดลมอักเสบ เกิดภาวะความดันโลหิตสูง
               3.สารพิษกลุ่มโลหะหนัก เช่น อะลูมิเนียม แคดเมียม โครเมียม ทองแดง โลหะหนักเหล่านี้เป็นสารก่อมะเร็ง และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ กระดูกผุและไตวาย
               4.สารพิษกลุ่มไนโตรซามีน เป็นสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะการเกิดมะเร็งปอด
               5.สารพิษกลุ่มโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน เช่น เบนโซเอไพรีน เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งปอด
               6.ยาเสพติด มีการผสมยาเสพติดหลายชนิดในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพของผู้ใช้ อาทิ การผสมโคเคน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสมองและปอด เฮโรอีนและเฟนทานิล ที่มีฤทธิ์กดการหายใจ อาจทําให้เสียชีวิตได้
               7.สารพิษกลุ่มอื่นๆ  เช่น สารแต่งกลิ่นและรส สารอินทรีย์ระเหยง่าย ทําให้เกิดการอักเสบของหลอดลมส่วนล่างอย่างรุนแรง เมื่อเห็นถึงพิษภัยและอันตรายของบุหรี่ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง สคร.9 นครราชสีมาจึงขอเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันตีแผ่โทษและพิษภัยที่แฝงมากับบุหรี่ และเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสแหล่งค้า แหล่งขาย เพื่อสร้างเครือข่ายภาคประชาชนและกําจัดแหล่งค้าบุหรี่ไฟฟ้าให้หมดไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
 

ดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติม : เอกสาร

ข่าวสารอื่นๆ