หน้าฝนระวังเห็ดพิษ สคร.9 ย้ำ!! “เห็ดไม่รู้จัก ไม่แน่ใจ ไม่เก็บ ไม่กิน”
พร้อมเตือนกินเห็ดดิบ-ดื่มเหล้าร่วมกับเห็ด เสี่ยงอันตราย
ในช่วงฤดูฝนของทุกปี เป็นช่วงที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ดหลากหลายชนิด ซึ่งมีทั้งเห็ดที่กินได้และเห็ดพิษ เห็ดพิษหลายชนิดมีลักษณะใกล้เคียงกับเห็ดที่กินได้จนแยกไม่ออก หากเผลอนำเห็ดพิษมารับประทานจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือถ่ายเหลว และหากได้รับพิษรุนแรงอาจเสียชีวิตได้ ดังนั้น ขอให้ประชาชน ยึดหลัก “เห็ดไม่รู้จัก ไม่แน่ใจ ไม่เก็บ ไม่กิน” เพื่อให้ปลอดภัยจากการการรับประทานเห็ด
นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวว่า ในช่วงหน้าฝนมักจะมีเห็ดป่าเกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีทั้งเห็ดกินได้และเห็ดพิษ ซึ่งมีลักษณะภายนอกใกล้เคียงกันมากจนแยกไม่ออก โดยเฉพาะเห็ดในระยะดอกตูมซึ่งมีลักษณะคล้ายกันจนไม่สามารถแยกได้ด้วยตาเปล่า จนทำให้เข้าใจผิดนำเห็ดพิษมาประกอบอาหาร ซึ่งอาการหลังกินเห็ดพิษมีตั้งแต่เล็กน้อย ได้แก่ วิงเวียน อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลว จนถึงอาการรุนแรง ทำให้ไตวาย ตับวาย และเสียชีวิตได้ หากรับประทานเห็ดพิษแล้วมีอาการผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรรอให้อาการรุนแรง พร้อมแจ้งประวัติการกินเห็ดและนำตัวอย่างเห็ดที่เหลือหรือภาพถ่ายเห็ดไปด้วย ห้ามล้วงคอหรือกินไข่ขาวดิบเพื่อกระตุ้นให้อาเจียน เพราะอาจทำให้สำลักเกิดการติดเชื้อ เกิดแผลในคอและช่องปาก เพราะพิษจากเห็ดทำให้อาเจียนมากอยู่แล้ว
นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ กล่าวต่อไปว่า ขอให้ประชาชนทั้งผู้ที่เก็บเห็ดป่ามาขาย หรือผู้ที่ซื้อเห็ดมารับประทาน ยึดหลัก “เห็ดไม่รู้จัก ไม่แน่ใจ ไม่เก็บ ไม่กิน” โดยหลีกเลี่ยงการเก็บและกินเห็ดป่าที่ขึ้นเองตามธรรมชาติที่ไม่รู้จักหรือไม่แน่ใจว่ากินได้ ไม่ควรกินเห็ดดิบ หรือกินร่วมกับแอลกอฮอล์ เนื่องจากเห็ดบางชนิดอาจเกิดปฏิกิริยากับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้เกิดอาการผิดปกติได้ จึงไม่ควรรับประทานเห็ดป่าร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับเห็ดพิษ ที่ไม่เป็นความจริง ได้แก่ 1) ต้มเห็ดกับข้าวสารแล้วข้าวเปลี่ยนสี หรือข้าวสุกไม่เท่ากัน แสดงว่าเป็นเห็ดพิษ ความจริง: ไม่มีหลักฐานรองรับ เห็ดพิษหลายชนิดไม่ทำให้ข้าวเปลี่ยนสี 2) ใช้ช้อนเงิน ตรวจหาพิษได้ ถ้าช้อนเปลี่ยนเป็นสีดำ แสดงว่าเป็นเห็ดพิษ ความจริง: ช้อนเงินเปลี่ยนเป็นสีดำเมื่อเจอสารกำมะถัน แต่พิษจากเห็ดไม่มีสารนี้ จึงไม่สามารถตรวจได้ 3) เห็ดสีขาวกินได้ ส่วนเห็ดสีฉูดฉาดคือเห็ดพิษ ความจริง: เห็ดพิษมีได้ทุกสี และเห็ดกินได้บางชนิดก็มีสีฉูดฉาด การใช้สีตัดสินจึงอันตรายมาก 4) ต้มเห็ดกับหอมแดงหรือกระเทียม ถ้าเปลี่ยนสีแสดงว่าเป็นเห็ดพิษ ความจริง:การเปลี่ยนสีของหอมแดงหรือกระเทียมเกิดจากสารธรรมชาติ ความร้อน ความเป็นกรด-ด่าง ไม่สามารถใช้บอกพิษของเห็ดได้ 5) เห็ดที่มีรอยแมลงหรือสัตว์กัดกิน เป็นเห็ดที่ปลอดภัย คนกินได้ ความจริง: สัตว์ทนพิษได้มากกว่าคน เห็ดที่สัตว์กินแล้วปลอดภัย อาจทำให้คนเสียชีวิตได้ 6) เห็ดต้มสุกแล้วพิษจะหาย ความจริง: สารพิษในเห็ดหลายชนิดทนความร้อน แม้ต้ม แกง หรือผัดจนสุกก็ยังเป็นอันตรายได้ ดังนั้น เพื่อป้องกันตนเองจากอันตรายของเห็ดพิษ ควรยึดหลัก “เห็ดไม่รู้จัก ไม่แน่ใจ ไม่เก็บ ไม่กิน” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422