กินผิดเสี่ยงป่วย! สคร.9 ย้ำหลัก 'สุก ร้อน สะอาด' ลดเสี่ยงอาหารเป็นพิษ
โรงทาน โรงเรียน งานบุญ ต้องระวัง!
โรคอาหารเป็นพิษ เกิดได้ตลอดทั้งปี สาเหตุมักเกิดจากการรับประทานอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เตือนประชาชนให้ระมัดระวังโรคอาหารเป็นพิษ โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนสลับฝนตก ซึ่งเชื้อโรคสามารถเจริญเติบโตในอาหารได้ดี หากรับประทานอาหารที่ปรุงไม่สุก อาหารค้างมื้อ หรืออาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรค อาจทำให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรง ขาดน้ำ และในบางรายอาจมีอาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล สคร.9 นครราชสีมา ขอแนะนำประชาชน พ่อครัว แม่ครัว ผู้ประกอบการร้านอาหาร ขอให้ยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” เพื่อป้องกันโรคอาหารเป็นพิษ โดยเฉพาะอาหารที่จัดเตรียมไว้ปริมาณมาก เช่น โรงเรียน สถานที่ออกโรงทาน วัด งานบุญ ค่ายลูกเสือ หรือในงานประชุมต่างๆ ควรเลือกวัตถุดิบที่สด สะอาด และปรุงสุกใหม่ โดยเฉพาะอาหารที่เสียง่าย เช่น อาหารทะเล อาหารกะทิ ยำ ลาบ หรืออาหารที่มีส่วนประกอบหลายชนิด ซึ่งหากเก็บรักษาไม่เหมาะสมอาจเกิดการปนเปื้อนเชื้อโรคได้ง่าย
นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวว่า โรคอาหารเป็นพิษ เกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส พยาธิ สารพิษ อาหารที่ปรุงไว้นาน รวมถึงอาหารที่ปรุงสุก ๆ ดิบ ๆ พบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี และมักพบการระบาดในสถานที่ที่มีการจัดเตรียมอาหารและน้ำสำหรับคนหมู่มาก หากเตรียมและประกอบอาหารไม่ถูกหลักอนามัย เช่น ปรุงอาหารไม่สุก หรือสุกๆ ดิบๆ ไม่อุ่นก่อนรับประทาน จะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อก่อโรคได้ อาการของผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำ ปวดศีรษะ คอแห้งกระหายน้ำ อาจมีไข้ร่วมด้วย ในรายที่ถ่ายอุจจาระมาก ผู้ป่วยอาจช็อกหมดสติได้
นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ กล่าวต่อไปว่า ในการป้องกันโรคอาหารเป็นพิษ ขอเตือนประชาชน พ่อครัว แม่ครัว ผู้ประกอบการร้านอาหาร ให้ยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” ได้แก่ สุก : รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ไม่รับประทานอาหารดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ หากเป็นข้าวกล่องไม่ควรตักราดข้าว ให้แยกกับข้าวบรรจุใส่ถุงต่างหาก และไม่ควรเตรียมอาหารไว้ข้ามมื้อ ร้อน : อาหารที่ปรุงสุกไว้นานเกิน 2 ชั่วโมง ต้องนำมาอุ่นร้อนให้ทั่วถึงก่อนรับประทานทุกครั้ง หากอาหารมีรูป รส กลิ่น สี เปลี่ยนไป ไม่ควรนำมารับประทานต่อ สะอาด : บริโภคอาหาร น้ำดื่ม น้ำแข็งที่สะอาด มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการผลิต ถังแช่น้ำแข็งสำหรับรับประทาน ไม่ควรนำมาแช่ร่วมกับผัก เนื้อสัตว์ นอกจากนี้ต้องล้างมืออย่างถูกวิธีด้วยสบู่และน้ำให้สะอาดทุกครั้ง ทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ หรือสัมผัสสิ่งสกปรก หากผู้ป่วยมีอาการอาเจียน ท้องเสีย หรือถ่ายเหลว ควรให้ดื่มน้ำหรือน้ำตาลเกลือแร่โออาร์เอสบ่อยครั้งเพื่อป้องกันการขาดน้ำ หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการรุนแรง เช่น ถ่ายเหลวหลายครั้ง อาเจียนมาก ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน กระหายน้ำ อ่อนเพลีย มีไข้ หัวใจเต้นผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาจเกิดภาวะช็อกได้ ขอให้ตระหนักว่าโรคอาหารเป็นพิษป้องกันได้ เพียงเลือกกินอาหารที่สุก ร้อน สะอาด และล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร หากมีข้อสงสัย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
“ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้”