ในช่วงนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝน เมื่อฝนตกหนัก ถนนลื่น วิสัยทัศน์ที่ไม่ดีขณะขับขี่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ง่าย สคร.9 นครราชสีมา ห่วงใยประชาชน ขอแนะนำ 7 วิธีขับขี่อย่างปลอดภัยช่วงฝนตกและน้ำท่วมขังบนท้องถนน ขอให้ผู้ที่ขับขี่ยานพาหนะในช่วงฝนตกเพิ่มความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ ไม่ควรขับรถเร็วเกินไปขณะฝนตกหรือถนนเปียก ตรวจสอบสภาพรถและอุปกรณ์ให้พร้อมต่อการใช้งาน เช่น ที่ปัดน้ำฝน ระบบไฟฟ้า ระบบยาง ระบบเบรก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ง่าย เนื่องจากทัศนวิสัยขณะขับขี่ไม่ชัดเจน ถนนลื่น น้ำท่วมขัง เป็นต้น จึงขอให้ประชาชนที่ขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนนในช่วงฝนตก เพิ่มความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ โดยการตรวจสอบสภาพรถและอุปกรณ์ให้พร้อมต่อการใช้งานในฤดูฝน เช่น ที่ปัดน้ำฝน ระบบไฟฟ้า ระบบยาง ระบบเบรก และไม่ควรขับรถเร็วขณะฝนตกหรือถนนเปียก โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตก 10–15 นาทีแรกหลังฝนเริ่มตก เป็นช่วงที่ถนนลื่นที่สุด เพราะน้ำฝนชะล้างคราบน้ำมันและฝุ่นบนผิวถนน ทำให้รถลื่นไถลได้ง่ายกว่าปกติ ทำให้รถเสียหลักจนเกิดอุบัติเหตุได้ และที่สำคัญควรงดใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างขับรถคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง และผู้ขับขี่/ผู้ซ้อนรถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง เพื่อลดการบาดเจ็บและเสียชีวิต
นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ กล่าวต่อไปว่า สคร.9 นครราชสีมาห่วงใยประชาชน จึงขอแนะนำ 7 วิธีในการขับขี่ให้ปลอดภัยช่วงฝนตกและมีน้ำท่วมขังบนถนน ดังนี้
1.เพิ่มความระมัดระวังขณะขับรถมากเป็นพิเศษ โดยลดความเร็วลงกว่าระดับปกติ เนื่องจากพื้นถนนที่เปียก รถจะใช้ระยะเบรกเพิ่มขึ้น และควรลดความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพถนนและทัศนวิสัย จะช่วยให้สามารถควบคุมรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.เปิดไฟหน้ารถเสมอ ใช้ไฟต่ำจะช่วยให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ บนถนนได้ชัดเจนขึ้น และช่วยให้รถคันอื่นมองเห็นรถของเราได้ในระยะไกล
3.เปิดใบปัดน้ำฝน ปรับระดับความเร็วของใบปัดน้ำฝนให้สัมพันธ์กับความแรงของฝนที่ตกลงมา จะช่วยให้มองเห็นเส้นทางได้ตลอดเวลา
4. เว้นระยะห่างจากท้ายรถคันหน้าให้มากกว่าปกติอย่างน้อย 10-15 เมตร เพื่อให้มีระยะเบรกที่เพียงพอและปลอดภัย
5.หลีกเลี่ยงการแซง แต่หากจำเป็นควรประเมินสถานการณ์ให้ดีก่อนแซง
6.ในกรณีที่รถลื่นไถลหรือเหินน้ำ ไม่ควรเหยียบเบรกจนล้อหยุดหมุนทันที เพราะอาจทำให้รถพลิกคว่ำได้ ควรใช้เกียร์ต่ำ และค่อยๆ เบรก เพื่อลดความเร็ว แล้วจึงค่อยเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ
7.เมื่อต้องขับรถผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง ขอให้หยุดประเมินสถานการณ์ หากระดับน้ำสูงกว่าขอบประตูรถ ไม่ควรขับฝ่าไป ควรเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นแทน ปิดแอร์ทันทีเพื่อป้องกันพัดลมแอร์พัดน้ำเข้าเครื่องยนต์ หรือใบพัดหัก
หากพบเห็นผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน ไม่ควรเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ ยกเว้นกรณีมีอันตรายเร่งด่วน เช่น รถกำลังไหม้ เสี่ยงระเบิด หรืออยู่กลางการจราจรที่ไม่สามารถป้องกันได้ จึงค่อยเคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวังเพราะเป็นหลักการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง ทั้งนี้ขอให้โทรแจ้งทีมแพทย์กู้ชีพ โทร. 1669 เพื่อส่งต่อผู้ป่วยอย่างถูกวิธี “ฝนตก ถนนลื่น ขับช้าลงอีกนิด ชีวิตปลอดภัยมากขึ้น” หากมีข้อสงสัย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
ดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติม : เอกสาร